เพื่อลบล้างภาพในทางไม่ดี ที่สังคมมีต่อบริษัท สำหรับบางบริษัทที่มีพฤติกรรมที่ผิดพลาด และเพื่อเป็นการดึงเอาความเชื่อมั่นที่สังคมมีต่อบริษัทและธุรกิจกลับคืนมา ในปัจจุบัน บริษัทและธุรกิจทั้งหลายจึงหันมาวัดประสิทธิภาพของกิจกรรมที่เป็นการตอบแทนสังคม ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่การช่วยเหลือในรูปของเงินเท่านั้น แต่ตัววัดประสิทธิภาพที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมักจะครอบคลุมถึงสิ่งเหล่านี้เช่น
· ความรับผิดชอบต่อสังคม
· การสื่อสารอย่างเปิดเผย
· การดูแลพนักงาน
· การจัดการกับความลับ และ
· การเป็นผู้นำ
ผู้ประกอบการทั้งหลายในปัจจุบันนี้ ต่างทราบดีถึงความรับผิดชอบที่ตนจำเป็นต้องมีต่อกลุ่มผู้ถือหุ้นมากกว่าเจ้าของกิจการเสียอีก บางบริษัทถึงกับกำหนดเป้าหมายทางสังคมของตนไว้อย่างชัดเจน บริษัทเหล่านั้นต่างพยายามที่จะดำเนินการอย่างเป็นทางการในการวัดการมีส่วนร่วมในเรื่องต่าง ๆ ในสังคมโดยรวม บริษัท องค์กรสาธารณะและอาสาสมัครที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นต่างก็พยายามประเมินผลงานทางสังคมของตนอย่างเป็นระบบ
การวัดประสิทธิภาพทางสังคมคือ การประเมินอย่างเป็นระบบในกิจกรรมของบริษัทที่มีผลกระทบต่อสังคม รูปแบบในการวัดประสิทธิภาพดังกล่าวที่เป็นไปได้และใช้กันอยู่ในขณะนี้มีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกันคือ
1. พิจารณาจากจำนวนของกิจกรรมทางสังคมที่มี
2. พิจารณาค่าใช้จ่ายโดยรวมที่ใช้ไปในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคม
3. พิจารณาการคาดคะเนผลกระทบที่จะมีต่อสังคม
การจัดกิจกรรมทางสังคมนั้นโดยทั่วไปแล้วเป็นการเริ่มต้นที่ดี ซึ่งกิจกรรมทางสังคมที่ดำเนินการโดยผู้ประ กอบการทั้งหลายก็มีอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น
1. การจ้างงานและการฝึกงานให้กับผู้พิการ
2. การให้การสนับสนุนสถานสงเคราะห์คนพิการ
3. การควบ คุมมลพิษ
4. การบริจาคและให้การช่วยเหลือองค์กรการกุศล
5. การมีส่วนร่วมของฝ่ายบริหารในโครงการชุมชมที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว
6. โครงการช่วยเหลือคนว่างงานอย่างจริงจัง เป็นต้น
การวัดประสิทธิภาพกิจกรรมทางสังคมที่ดีนั้น มักไปได้ดีจากการพิจารณาง่าย ๆ ถึงจำนวนกิจกรรมที่ รวมถึงพิจารณาประ โยชน์ที่แท้จริงที่สังคมได้รับจากกิจกรรมเหล่านั้น
หากจะจัดตั้งโครงการเพื่อสังคม หรือ Corporate Social Responsibility (CSR) ขึ้นในบริษัท ลองพิจารณาขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทาง
ขั้นตอนที่หนึ่ง มอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในแผนงานและโครงสร้าง อย่างน้อยที่สุดบุคคลคนนี้จะต้องรายงานโดยตรงต่อผู้บริหารระดับกลาง หรือ กรรมการบริษัท
ขั้นตอนที่สอง ทบทวนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ CSR ที่บริษัทดำเนินการอยู่ในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ค้นหาความแตกต่างของสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ กับ สิ่งที่บริษัทต้องการจะเป็น (วิเคราะห์หาช่องว่าง หรือ Gap Analysis)
ขั้นตอนที่สาม กำหนดความคาดหวังและมุมมองของผู้ถือหุ้น
ขั้นตอนที่สี่ เขียนเป็นนโยบายของบริษัทที่ครอบคลุมประเด็นที่เกียวข้องกับ CSR เช่น สิ่งแวดล้อม สังคม ชุมชน
ขั้นตอนที่ห้า จัดทำเป้าหมายของบริษัทและแผนดำเนินงานตามนโยบายที่กำหนดไว้
ขั้นตอนที่หก สร้างกลไกในการวัดผลดำเนินการและความสำเร็จ การติดตามผล การตรวจสอบ ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ตลอดช่วงระยะเวลา 2 ถึง 5 ปี การดำเนินการและกลยุทธเหล่านี้จะต้องเน้นให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักของบริษัท
ขั้นตอนที่เจ็ด สื่อสารทิศทางการดำเนินงานด้าน CSR ของบริษัทให้ผู้ถือหุ้นและผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
ขั้นตอนที่แปด กำหนดความคืบหน้าของการดำเนินกิจกรรม CSR
และท้ายที่สุด จะต้องมีการรายงานความคืบหน้าของโครงการ CSR ด้วย โครงการดังกล่าวนี้ จะต้องไม่เป็นความพยายามที่สักแต่ว่าทำให้ผ่าน ๆ ไปเพียงแค่ครั้งเดียว แต่จะต้องพยายามดำเนินการติดตามผลอย่างต่อเนื่องและรายงานความสำเร็จที่ชัดเจนของการดำเนินการในส่วนที่เป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม