www.one-stophr.com header-one
จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น... และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนที่ให้อภัยตนเอง
 

www.one-stophr.com main-onestop
Username
Password
การตรวจสุขภาพพนักงานตามกฎหมาย ย้อนกลับ

วัตถุประสงค์
เพื่อเฝ้าระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน ทำให้ทราบภาวะสุขภาพและแนวโน้มการเจ็บป่วยของพนักงาน หากพบสภาพการเจ็บป่วยในระยะเริ่มต้นจะได้ให้การรักษาหรือป้องกันได้ทันท่วงที   นอกจากนี้ยังใช้ประเมินมาตรการป้องกันต่างๆ ว่ามีประสิทธิภาพพอหรือไม่

ประเภทของการตรวจสุขภาพพนักงาน

1. การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน

ใช้สำหรับเป็นข้อมูลพื้นฐานในการเปรียบเทียบสภาวะสุขภาพพนักงานในการเฝ้าระวังโรคจากการทำงาน  ในกรณีโรคจากการทำงานเกิดขึ้นแบบช้าๆ เช่น งานเกี่ยวข้องกับเสียงดัง  งานเกี่ยวกับความเย็น  สารเคมีอันตราย การตรวจสุขภาพเมื่อแรกรับเข้าทำงานควรดำเนินการภายใน 30 วันหลังจากรับพนักงานเข้าทำงาน  แต่ในกรณีทำงานที่เสี่ยงอันตราย เช่น ในที่มีความกดดันอากาศ ให้ตรวจสุขภาพก่อนการจ้างงาน

 

2. การตรวจสุขภาพแรกเข้าทำงานหรือบรรจุในแผนกต่างๆ

เป็นการตรวจเพื่อพิจารณาบรรจุคนให้เหมาะสมกับงาน  ผู้กำหนดรายการตรวจต้องทราบว่าพนักงานจะเข้ามาทำงานอะไร  ลักษณะงานที่ทำเป็นอย่างไร

 

3. การตรวจสุขภาพเป็นระยะ หรือการตรวจสุขภาพประจำปี

เป็นการตรวจเพื่อติดตามหรือเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพพนักงาน  การตรวจสุขภาพประจำปีควรได้รับการตรวจในรายการที่จำเป็นและไม่จำเป็นต้องตรวจทุกปี  ความถี่ในการตรวจสุขภาพอาจกำหนดตามความรุนแรงของสิ่งที่คุกคามที่พนักงานสัมผัส เช่น ถ้าพบว่า คนงานบัดกรีตะกั่ว มีปริมาณสารตะกั่วในเลือดไม่เกิน 40 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร ให้ตรวจหาค่าสารตะกั่วในเลือดปีละครั้ง   แต่ถ้าปริมาณตะกั่วเลือดมีค่าตั้งแต่ 40 ถึง 49 ไมโครกรัมต่อเดซิลิตร  ควรทำการตรวจทุก 6 เดือน และหากมีค่าระหว่าง 50 ถึง 59 ควรตรวจทุก 3 เดือน เป็นต้น

            นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพควรเป็นการตรวจที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาด้านสุขภาพที่แท้จริงของผู้รับการตรวจ  ไม่ใช่มุ่งหาโรค  ต้องไม่สร้างความทุกข์ทางใจ หรือความประมาทให้ผู้ถูกตรวจเมื่อตรวจแล้วไม่พบโรค  และควรให้คำชี้แนะในการส่งเสริมสุขภาพ

 

4.  การตรวจสุขภาพเพื่อประเมินสภาวะสุขภาพหลังการเจ็บป่วยหรือพักงาน

เพื่อเป็นการประเมินสมรรถภาพโดยรวมของพนักงานก่อนกลับเข้าทำงาน  เพื่อไม่ให้เกิดความพิการและความเจ็บป่วยซ้ำอีก หรือจัดงานที่เหมาะสมให้ทำ

 

5. การตรวจสุขภาพก่อนออกจากงาน

เป็นการตรวจเพื่อทราบภาวะสุขภาพพนักงานเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เกิดโรคจากการทำงานเมื่ออกจากงาน  ป้องกันการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี   หากสถานประกอบการใดไม่มีการตรวจสุขภาพพนักงานก่อนออกจากงาน  ก็อาจอนุโลให้ใช้ผลการตรวจร่างกายประจำปีล่าสุดที่ตรวจไว้ไม่เกิน 6 เดือนเป็นหลักฐานแทนได้

 

6.  การตรวจสุขภาพคนงานกลุ่มพิเศษ

เพื่อป้องกันปัญหาทางระบาดวิทยาแก่คนงานอื่นๆในสถานประกอบการ เช่น การตรวจการสูญเสียสมรรถภาพการได้ยิน  ตรวจคนงานหญิงมีครรภ์ที่ทำงานกับสารเคมีอันตราย  ตรวจสมรรถภาพของคนงานที่เป็นโรคภูมิแพ้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวง : การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจต่อพนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ.2547

 

ขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพพนักงาน

1)      กำหนดแผนการตรวจร่างกายพนักงานประจำปี

2)      ประเมินสภาพแวดล้อมและสำรวจสิ่งคุกคามที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในที่ทำงาน

3)      จัดทำบัญชีงานและบัญชีรายชื่อคนงานที่เกี่ยวข้องกับอันตราย

4)      กำหนดรายการตรวจสุขภาพทั่วไปและรายการตรวจสุขภาพเฉพาะแยกตามความเสี่ยง

5)      ประสานหน่วยตรวจสุขภาพที่มีมาตรฐานเพื่อดำเนินการตรวจสุขภาพลูกจ้าง

6)      ประชุมชี้แจงแก่หัวหน้าหน่วยงานและพนักงานเพื่อให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจร่างกาย

7)      ดำเนินการตรวจร่างกายและบันทึกผลการตรวจในสมุดประจำตัว

8)      รวบรวมผลการตรวจร่างกาย  วิเคราะห์และสรุปผล จัดทำเป็นรายงานเพื่อนำเสนอผู้บริหาร

9)      สำรวจสถานที่ทำงานของลูกจ้าง  เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม  กรณีที่พบว่าผลการตรวจสุขภาพอาจมีความผิดปกติขึ้นเนื่องจากการทำงาน

10)   นำข้อสรุปผลการตรวจสภาพแวดล้อม ผลการตรวจสุขภาพ และคำแนะนำในการปรับปรุงต่างๆเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อพิจารณาหามาตรการในการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้คนงานดำรงไว้ซึ่งสุขภาพทีดี

 

การกำหนดรายการตรวจสุขภาพพนักงาน

การกำหนดรายการตรวจสุขภาพพนักงาน  ต้องพิจารณากลุ่มคน  ตามลักษณะของปัจจัยเสี่ยงที่ได้รับ   ซึ่งอาจกำหนดรายการตรวจสุขภาพออกเป็น 2 ประเภทคือ

1. การตรวจสุขภาพทั่วไป

   เป็นการตรวจสำหรับพนักงานที่ไม่สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน  ประกอบด้วย

  • การซักประวัติการทำงานและการเจ็บป่วย
  • การชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง
  • การตรวจสุขภาพทั่วไป โดยแพทย์
  • การวัดความดันโลหิต ชีพจร
  • การตรวจเลือด(CBC)
  • การตรวจการทำงานของตับ(SCOT,SGPT,ALK,Phosphatase)
  • การตรวจปัสสาวะ
  • การตรวจอุจจาระ

 

สำหรับกรณีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป  ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น

o        การตรวจน้ำตาลในเลือด

o        ไขมันในเส้นเลือด(Cholesterol, Triglyceride)

o        การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น

 

2. การตรวจตามลักษณะงาน หรือตามลักษณะปัจจัยเสี่ยงที่พนักงานได้รับ

            ตัวอย่างรายการตรวจสุขภาพต่อไปนี้ ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดรายการตรวจสุขภาพให้แก่คนงานในสถานประกอบการ  อย่างไรก็ตาม สถานประกอบการควรทำการตรวจประเมินความเสี่ยงโรคจากการทำงาน  เพื่อยืนยันความจำเป็นหรือปรับรายการตรวจให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ปัจจัยเสี่ยง

รายการตรวจสุขภาพ

ฝุ่น

X-ray ทรวงอก

ทดสอบสมรรถภาพปอด

เสียงดัง

ทดสอบสมรรถภาพการได้ยิน

โลหะหนัก

ตรวจหาโลหะหนักในเลือด  ปัสสาวะ  เส้นผม ฯลฯ

สารละลาย สี ทินเน่อร์

ตรวจระบบประสาท  การทำหน้าที่ของตับ

ตรวจสารเคมีในเลือด

แสงจ้า การใช้สายตานานๆ

ทดสอบสมรรถภาพสายตา

การยกย้ายของหนัก

การนั่งขับรถนานๆ

การใช้มือ นิ้วมือ(งานพิมพ์)

สอบถามอาการ

ทดสอบระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

ความร้อน

ตรวจระบบหัวใจ  หลอดเลือด ตับ ระบบหายใจ  ผิวหนัง

การยืนทำงานนานๆ

ตรวจเส้นเลือดขอด

 

 

การเตรียมตัวก่อนการตรวจสุขภาพ

  • ไม่ควรอดนอน  ดื่มสุราหรือกาแฟในคืนก่อนการตรวจสุขภาพ  เนื่องจากจะทำให้ความดันโลหิตสูงกว่าที่เป็นจริง
  • ควรใส่เสือผ้าที่พับแขนเสื้อขึ้นไปสะดวก  ไม่รัดแน่น  เพื่อความสะดวกในการเจาะเลือด
  • ถ้ามีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย  ควรใส่เสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวได้สะดวก หรือชุดกีฬา
  • ถ้าต้องตรวจภายใน (สุภาพสตรี) ควรสวมกระโปรง

 

การอดอาหารก่อนการตรวจสุขภาพ

  • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด  ต้องงดน้ำและอาหารก่อนการเจาะเลือด 6 ชั่วโมง และตรวจไขมันในเลือด(ตลอเลสเตอรอล  ไตรกลีเซอ์ไรด์  HDL  LDL) ควรงด 12 ชั่วโมง  หากกระหายน้ำหรือหิวมาก  ให้จิบน้ำเปล่าได้เพียงเล็กน้อย
  • หลังจากเจาะเลือดแล้ว  สามารถรับประทานน้ำและอาหารได้ทันที  จากนั้นเข้ารับการตรวจรายการต่อไปได้
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ฃ่องท้องส่วนบน  ควรงดน้ำอาหาร 6 ชั่วโมง  ถ้าหิวหรือกระหายมาก  สามารถรับประทานน้ำหวานหรือน้ำได้  แต่ให้งดนมหรือครีม  สำหรับการตรวจช่องท้องส่วนล่างควรดื่มน้ำมากๆจนปวดปัสสาวะ แล้วค่อยมารับการตรวจ

เมื่อเจาะเลือดเสร็จแล้ว

  • เมื่อเจาะเลือดเสร็จแล้ว  ควรพับแขนไว้อย่างน้อย 5-10 นาที  ไม่คลึงหรือนวดบริเวณที่เจาะเลือดเพราะอาจทำให้เส้นเลือดแตกได้
  • ในกรณีที่มีรอยช้ำเขียวบริเวณที่เจาะเลือด  แสดงว่า เส้นเลือดแตก  รอยช้ำดังกล่าวจะหายไปได้เองใน 1-2 สัปดาห์  อาจทายาแก้ฟกช้ำ  เช่น ฮีรูดอยล์ ช่วยได้  แต่ไม่ควรนวดคลึงบริเวณที่เส้นเลือดแตก

การเก็บปัสสาวะ

  • ให้ถ่ายปัสสาวะช่วงแรกทิ้งไปก่อนแล้วจึงเก็บปัสสาวะในช่วงกลาง
  • สุภาพสตรีที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน  ไม่ควรตรวจ หรือถ้าตรวจกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ
  • เอ็กซเรย์ปอด
  • ในวันตรวจ ควรงดใส่เครื่องประดับต่างๆที่เป็นโลหะ
  • สุภาพสตรี  ไม่ใส่ชุดชั้นในที่เป็นโครงเหล็ก
  • ไม่ควรเอ็กซเรย์ หากไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่

การดำเนินการหลังทราบผลการตรวจสุขภาพ

            หลังจากทีทราบผลการตรวจสุขภาพพนักงาน  ต้องนำมาวิเคราะห์  เพื่อวางมาตรการการดูแลสุขภาพให้พนักงาน ตามลำดับขั้นตอนดังนี้

ประเภท

ผลการตรวจสุขภาพ

รายละเอียดการดำเนินงานตรวจสุขภาพ

มาตรการดูแลสุขภาพ

ปกติ

  1. การตรวจสุขภาพครั้งแรกเมื่อนำผลเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานพบว่า ปกติ
  2. การตรวจสุขภาพครั้งแรกอาจมีความผิดปกติ  แต่เมื่อตรวจซ้ำ พบว่าปกติ
  3. การตรวจสุขภาพครั้งแรกมีความผิดปกติ และหรือเมื่อตรวจซ้ำพบว่า ผิดปกติ  จึงมีการตรวจเพิ่มเติมหรือตรวจพิเศษเพื่อยืนยันผลว่า ปกติ

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ function check() { var v1 = document.webForm.Msg.value; var v2 = document.webForm.MsgBy.value; if ( v2.length==0) { alert("กรุณาป้อนชื่อ"); document.webForm.MsgBy.focus(); return false; } else if (v1.length==0) { alert("กรุณาป้อนรายละเอียด"); document.webForm.Msg.focus(); return false; } else return true; } function setURL() { var temp = window.prompt('ใส่ URL ที่คุณต้องการสร้างเป็นลิงค์','http://'); if(temp) setsmile('[url]'+temp+'[/url]'); } function setImage() { var temp = window.prompt('ใส่ URL ของรูปที่คุณต้องการให้แสดงในคำตอบของคุณ','http://'); if(temp) setsmile('[img]'+temp+'[/img]'); } function setBold() { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการทำเป็นตัวหนา',''); if(temp) setsmile('[b]'+temp+'[/b]'); } function setsup() { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการทำเป็นตัวยก',''); if(temp) setsmile('[sup]'+temp+'[/sup]'); } function setsub() { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการทำเป็นตัวห้อย',''); if(temp) setsmile('[sub]'+temp+'[/sub]'); } function setglow() { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการทำเป็นตัวเรืองแสง',''); if(temp) setsmile('[glow]'+temp+'[/glow]'); } function setshadow() { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการทำเป็นตัวเรืองแสง',''); if(temp) setsmile('[shadow]'+temp+'[/shadow]'); } function setItalic() { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการทำเป็นตัวเอียง',''); if(temp) setsmile('[i]'+temp+'[/i]'); } function setUnderline() { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการให้มีเส้นใต้',''); if(temp) setsmile('[u]'+temp+'[/u]'); } function setColor(color,name) { var temp = window.prompt('ใส่ข้อความที่คุณต้องการให้เป็นสี'+name,''); if(temp) setsmile('[color='+color+']'+temp+'[/color]'); } function setsmile(what) { document.webForm.Msg.value = document.webForm.elements.Msg.value+" "+what; document.webForm.Msg.focus(); }

 
 
   
     
www.one-stophr.com header-one


บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล  เขตจตุจักร  กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ : 02-513-7445, 081-819-4332 โทรสาร :02-511-3903 ต่อ 102 E-mail Address : webmaster@one-stophr.com