จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนกับที่ให้อภัยตนเอง
 

   ฎีกาน่าสนใจ
 
พนักงานขายบัตรรับค่าตอบแทนตามจำนวนบัตรที่ขายได้
วันที่ : 25 เมษายน 2555

ข้อเท็จจริง
ได้มีการจ้างพนักงานขายบัตร โดยมีลักษณะการจ้างดังนี้คือ

  • มีการระบุเวลาทำงานที่ชัดเจน
    กรณีไม่ไปทำงาน  เพียงแต่แจ้งทางโทรศัพท์ ไม่ต้องยื่นใบลา
  • ได้รับค่าตอบแทนจากการขายจากจำนวนบัตรที่ขายได้ในแต่ละวัน  หากขายไม่ได้หรือขายได้เพียงหนึ่งใบจะไม่ได้รับค่าตอบแทน แม้จะมาทำการขายในวันดังกล่าวก็ตาม
  • ไม่มีการกำหนดวันหยุด วันลาและสวัสดิการ
  • การทำงานโดยอิสระ ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาและไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน 
  •  กรณีที่มาทำงานสายต้องถูกหักเงินเป็นค่าปรับ

ประเด็นวินิจฉัย
ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นนายจ้างและลูกจ้างตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 หรือไม่


ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 บัญญัติว่า
“อัน ว่า จ้างแรงงาน นั้น คือ สัญญา ซึ่ง บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่ บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า นายจ้าง และ นายจ้าง ตกลงจะให้ สินจ้าง ตลอดเวลา ที่ทำงานให้”

พระราชบัญญํติประกันสังคม พ.ศ.2537 ได้บัญญัติคำนิยามในกฎหมายมีใจความว่า.....
“ลูกจ้าง\\\"
 หมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย
\\\"นายจ้าง\\\" หมายความว่า ผู้ซึ่งรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้าง และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้  หมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลให้ทำการแทนด้วย

 

นิติสัมพันธ์ระหว่างพนักงานขายบัตรและผู้ว่าจ้างเป็นนายจ้างและลูกจ้างตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 หรือไม่
การที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลว่าเป็นนายจ้างและลูกจ้างกันหรือไม่ นอกจากจะพิจารณาว่าบุคคลทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์กันดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 แล้ว ยังต้องปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่าบุคคลที่เป็นลูกจ้างอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาโดยต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบุคคลที่เป็นนายจ้าง ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ตามความเป็นจริงของความเป็นนายจ้างและลูกจ้างดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ด้วย
           
การที่พนักงานขายบัตรสามารถที่จะไปทำงานหรือไม่ไปก็ได้ หากไม่ไปก็เพียงแต่แจ้งทางโทรศัพท์ให้ทราบโดยไม่ต้องยื่นใบลา  ส่วนค่าตอบแทนจะได้มาจากจำนวนบัตรที่ขายได้ในแต่ละวันโดยจ่ายในวันสุดสัปดาห์ของสัปดาห์ถัดไป หากขายไม่ได้หรือขายได้เพียง 1 ใบ จะไม่ได้รับค่าตอบแทนแม้จะมาทำการขายในวันดังกล่าวก็ตาม ไม่มีการกำหนดวันหยุด วันลาและสวัสดิการสำหรับพนักงานขายบัตร แสดงว่าพนักงานขายบัตรมีอิสระในการทำงาน  
ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาและไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ว่าจ้าง การตกลงกันปฏิบัติงานตามช่วงเวลาที่ประสงค์และการกำหนดให้พนักงานขายบัตรที่มาทำงานสายจะถูกหักเงินเป็นค่าปรับจำนวน 50 บาท ก็มิใช่กรณีที่ทำให้ผู้ว่าจ้างใช้อำนาจบังคับบัญชาแต่เป็นการวางกฎเกณฑ์เพื่อให้การขายมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ดังนั้นนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ว่าจ้างกับพนักงานขายบัตรจึงมิได้อยู่ในฐานะเป็นนายจ้างและลูกจ้างกัน

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  6699/2549

 
 
 

บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทรศัพท์ : 02-513-7445, 081-819-4332 โทรสาร :02-511-3903 ต่อ 102
E-mail Address : webmaster@one-stophr.com

Connect with us.