จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนกับที่ให้อภัยตนเอง
 

   ฎีกาน่าสนใจ
 
ลุกจ้างไปทำงานที่อื่นระหว่างนายจ้างประกาศหยุดกิจการชั่วคราว
วันที่ : 25 เมษายน 2555

ข้อเท็จจริง
1. กิจการของนายจ้างประสบกับการขาดสภาพคล่องเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ นายจ้างจึงมีประกาศแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมด เป็นการชั่วคราวและจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างร้อยละห้าสิบ(ปัจจุบันร้อยละเจ็ดสิบห้า)ของค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงาน  โดยกำหนดเงื่อนไขว่าหากลูกจ้างคนใดไปทำงานกับนิติบุคคลอื่นในระหว่างนั้น  ให้สถานภาพการเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลงทันที
2. ลูกจ้างไปทำงานให้แก่บุคคลอื่นในระหว่างที่นายจ้างประกาศหยุดกิจการชั่วคราว

3.
นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเนื่องจากถือว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่

ประเด็นวินิจฉัย
1.
การ ที่นายจ้างประกาศหยุดกิจการทั้งหมดเป็นการชั่วคราวและจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง ร้อยละห้าสิบของค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ไม่ให้ลูกจ้างทำงาน โดยกำหนดเงื่อนไขว่าหากลูกจ้างคนใดไปทำงานกับนิติบุคคลอื่น  ให้สถานภาพการเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลงทันทีนั้น มีผลผูกพันลูกจ้างอย่างไร
2. เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในระหว่างหยุดกิจการเป็นการชั่วคราวนั้น เป็น
“ค่าจ้าง”
หรือไม่
3. การที่ลูกจ้างไปทำงานกับนิติบุคคลอื่นในระหว่างที่นายจ้างประกาศหยุดกิจการ ชั่วคราว เป็นการละทิ้งหน้าที่ที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หรือไม่

 

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75
บัญญัติว่า “ใน กรณีที่นายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่ว คราวโดยเหตุหนึ่งเหตุใดที่มิใช่เหตุสุดวิสัย ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของค่าจ้างใน วันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนนายจ้างหยุดกิจการตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ ได้ให้ลูกจ้างทำงาน
            ให้นายจ้างแจ้งให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าก่อนวันเริ่มหยุดกิจการตามวรรคหนึ่ง
”
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 วรรคสอง
บัญญัติว่า “
การ เลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุ ที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป”
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119
บัญญัติว่า “
นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้......
           
(5) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร
......
ป.พ.พ. มาตรา 575
บัญญัติว่า “
อัน ว่าจ้างแรงงานนั้น คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้างและนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
”
ป.พ.พ. มาตรา 583 บัญญัติว่า “
ถ้า ลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ดี หรือ ละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือ ทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและ สุจริตก็ดี ท่านว่า นายจ้างจะไล่ออก โดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หรือให้สินไหมทดแทนก็ได้”

 

1. การ ที่นายจ้างประกาศหยุดกิจการทั้งหมดเป็นการชั่วคราวและจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง ร้อยละห้าสิบของค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ไม่ให้ลูกจ้างทำงาน โดยกำหนดเงื่อนไขว่าหากลูกจ้างคนใดไปทำงานกับนิติบุคคลอื่น ให้สถานภาพการเป็นลูกจ้างสิ้นสุดลงทันทีนั้น มีผลผูกพันลูกจ้างอย่างไร 
ประกาศ ของนายจ้างเป็นเพียงประกาศแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงความจำเป็นของนายจ้างที่ ต้องหยุดกิจการทั้งหมดลงชั่วคราว โดยจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะ เวลาที่หยุดกิจการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75   ดังนั้น ประกาศดังกล่าวจึงมิ ใช่หนังสือเลิกจ้าง  แต่เป็นเพียงประกาศห้ลูกจ้างได้ทราบถึงเงื่อนไขในการที่นายจ้างจะใช้สิทธิใน การเลิกจ้างลูกจ้างได้หากไปทำงานประจำให้นิติบุคคลอื่นในระหว่างที่นายจ้าง หยุดกิจการชั่วคราวเท่านั้น

 

2. เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในระหว่างหยุดกิจการเป็นการชั่วคราวนั้น เป็น “ค่าจ้าง” หรือไม่
ในระหว่างนายจ้างประกาศหยุดกิจการชั่วคราว  นายจ้างมิได้มอบหมายงานให้ลูกจ้างทำในระหว่างนี้   เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้างนั้น ก็เป็นเงินที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75   ซึ่งมิใช่เงินค่าจ้างที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงาน

 

3. การที่ลูกจ้างไปทำงานกับนิติบุคคลอื่นในระหว่างที่นายจ้างประกาศหยุดกิจการ ชั่วคราว เป็นการละทิ้งหน้าที่ที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย หรือไม่
การ ที่นายจ้างประกาศหยุดกิจการชั่วคราวและจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างในอัตราร้อยละ ห้าสิบของค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 75 มิใช่หนังสือเลิกจ้างลูกจ้าง  แม้ ในประกาศจะระบุให้ลูกจ้างพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานไปทันทีที่ไปทำงานประจำ กับนิติบุคคลอื่นก็ตาม แต่เป็นเพียงเงื่อนไขที่ให้นายจ้างสามารถใช้สิทธิเลิกจ้างลูกจ้างเท่านั้น
            ดังนั้น การที่ลูกจ้างไปทำงานกับนิติบุคคลอื่นจึงมิใช่เป็นการตกลงเลิกสัญญาจ้างกับนายจ้าง   และ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 75 ก็มิได้บัญญัติห้ามลูกจ้างไปทำงานกับบุคคลอื่นในระหว่างที่นายจ้างประกาศ หยุดกิจการชั่วคราวแต่อย่างใด   ดังนั้น การที่ลูกจ้างไปทำงานกับนิติบุคคลอื่นจึงมิใช่การละทิ้งหน้าที่หรือทำผิดสัญญาจ้าง เมื่อจะเลิกจ้างลูกจ้าง  แม้ว่านายจ้างจะสามารถทำได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในประกาศ  แต่ไม่ใช่กรณีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119  นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7675/2548
 
 
 

บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทรศัพท์ : 02-513-7445, 081-819-4332 โทรสาร :02-511-3903 ต่อ 102
E-mail Address : webmaster@one-stophr.com

Connect with us.