จงติตนเองเหมือนกับที่ติคนอื่น และจงให้อภัยคนอื่นเหมือนกับที่ให้อภัยตนเอง
 

   แหล่งข้อมูล
 
ค่าชดเชยพิเศษกรณีย้ายสถานประกอบกิจการ
วันที่ : 18 เมษายน 2555

มาตรา ๑๒๐ ใน กรณีที่นายจ้างจะย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถาน ประกอบกิจการ ในการนี้ ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วยให้ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้ภาย ในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายจ้าง หรือวันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ แล้วแต่กรณี โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้าง พึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา ๑๑๘

            ใน กรณีที่นายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุด ท้ายสามสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่า จ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

            ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้างภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญา

            ใน กรณีที่นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามวรรคสาม ให้ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายในสามสิบวันนับ แต่วันครบกำหนดการจ่ายค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

            ให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาและมีคำสั่งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง 
            เมื่อ คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาแล้ว ปรากฏว่า ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานมีคำสั่งเป็นหนังสือให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชย พิเศษ หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแล้วแต่กรณี ให้แก่ลูกจ้างภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบ หรือถือว่าทราบคำสั่ง

            ใน กรณีที่คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาแล้ว ปรากฏว่า ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย หรือค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานมีคำสั่งเป็นหนังสือและแจ้งให้นายจ้างและ ลูกจ้างทราบ
      
คำสั่งของคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานให้เป็นที่สุด เว้นแต่นายจ้างหรือลูกจ้างจะอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ได้ทราบคำสั่ง ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาลนายจ้างต้องวางหลักประกันต่อศาลตาม จำนวนที่ต้องจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้

การเลิกจ้างเพราะเหตุนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ ม.120

กรณี ที่เข้าเงื่อนไขที่นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษให้แก่ลูกจ้างเนื่องจาก ย้ายสถานประกอบการจะต้องประกอบไปด้วยเงื่อนไขดังต่อไปนี้คือ

  • การย้ายสถานประกอบกิจการของนายจ้างนั้น  เป็นการย้ายไปยังที่แห่งอื่น  ซึ่งไม่ใช่ที่เดิม เช่น ปิดสถานประกอบกิจการที่ตั้งอยู่เดิม แล้วย้ายไปเปิดยังสถานที่ใหม่
  • การเปิดสาขาใหม่เพิ่มเติมแล้วให้ลูกจ้างย้ายไปทำที่แห่งใหม่ที่เปิดเพิ่ม ไม่ถือว่าเป็นการย้ายสถานประกอบกิจการตาม ม.120
  • สถานที่แห่งใหม่ที่จะย้ายไปอยู่  จะต้องมีผลกระทบอันสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างและครอบครัว

แนวทางปฏิบัติสำหรับนายจ้าง

  • ต้องแจ้งวันที่จะย้ายให้ลูกจ้างได้ทราบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันที่จะทำการย้าย
  • หากนายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้า หรือแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแต่น้อยกว่า 30 วัน  นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน

แนวทางปฏิบัติสำหรับลูกจ้าง
·         หากสถานที่แห้งใหม่ มีผลกระทบอันสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างและครอบครัว   ให้ลูกจ้างใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างต่อนายจ้างภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายจ้าง หรือวันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ

เงื่อนไขและอัตราการจ่ายค่าชดเชยพิเศษ

  • นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่าย ค่าชดเชยพิเศษ ซึ่ง ต้องไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับในกรณีที่นายจ้าง เลิกจ้างตามมาตรา ๑๑๘ ถ้าลูกจ้างนั้นไม่ประสงค์ไปทำงานณ สถานที่แห่งใหม่ด้วย และได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างต่อนายจ้างภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายจ้าง หรือวันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ
  • นายจ้างต้องจ่าย ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และ ค่าชดเชยพิเศษ ภาย ใน ๗ วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง ถ้านายจ้างไม่จ่ายเงินดังกล่าวภายในกำหนดเวลา ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาการจ่ายเงินดังกล่าว
  •  หาก คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานมีคำสั่งว่า การย้ายสถานประกอบกิจการของนายจ้างไม่มีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติ ของลูกจ้าง หรือครอบครัว  ลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว
 
 
 

บริษัท วันสต๊อปเอ็ชอาร์ จำกัด เลขที่ 33/41 ลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทรศัพท์ : 02-513-7445, 081-819-4332 โทรสาร :02-511-3903 ต่อ 102
E-mail Address : webmaster@one-stophr.com

Connect with us.